วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

รักกันเพราะไอที มันจะดีหรือล่ม

รักกันเพราะไอที มันจะดีหรือล่ม
 
ไม่นานมานี้ที่สหรัฐอเมริกา Facebook เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้คู่รักจับได้ว่า แฟนที่เรารักนักรักหนาแอบคบหากิ๊ก ถึงขั้นเป็นเอกสารที่ทำให้การฟ้องหย่าสำเร็จมาแล้วหลายคู่

เพราะ Facebook มัดแน่นจนเถียงไม่ออก บางคนอยากพิสูจน์ความซื่อสัตย์ของแฟนว่าจะใสซื่อเหมือนหน้าตาหรือเปล่า ปลอมตัวดีกว่าเป็นหญิงสาวแบ๊วใส ไวต่อความรู้สึก หลงทางเข้ามา Chat กับแฟนตัวเอง เพื่อลองใจทั้ง ๆ ที่ใกล้จะแต่งงานกันอยู่แล้วเชียว กะเล่นขำ ๆ คุย ๆ ไปคุยมาเลยลองถามคุณผู้ชายว่ามีแฟนหรือยัง ผู้ชายใกล้หมดวาระโสดเลยขอกระโดดโลดเต้นระยะสุดท้าย ตอบเสียงใส ๆ ยังไม่มีเลยจ้ะ ขอเบอร์หน่อยได้หรือเปล่า!!! หญิงสาวหน้าร้อนฉ่า ว่าที่สามีกำลังจะตีสนิทกับสาวทาง Chat ที่เขาไม่นึกว่าเป็นเราแกล้งให้เบอร์โทรที่เขาคงไม่คุ้น นัดแนะกันเรียบร้อยว่า 4 ทุ่ม คืนนี้จะโทรมา

         พอ Log out ก็นั่งเศร้าล่ะทีนี้ เธอกำลังจะนอกใจหรือแค่หาเบี้ยใบ้รายทาง ถ้าเธอโทรมาจะบอกกับเธอว่าอะไร เล่นบทเด็กหน้าใสไปจนกว่าเธอจะแพ้ภัยตัวเองหรือสารภาพซะ ยอมรับกันไปตรง ๆ ว่า ฉันหลอกเธอเพื่อไปเจอว่าเธอพร้อมจะหลอกฉันตลอดเวลา ไม่รู้ว่าตอนนี้พิธีแต่งงานจะเดินหน้าหรือว่าควรหยุดไว้แค่นี้ เป็นแฟนกันยังหลอกได้หลอกดี ตอนเป็นสามี ยิ่งไม่รู้ว่าประโยคไหนดีที่ควรเชื่อเธอ

         แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งคิดว่าโลกออนไลน์เป็นสาเหตุแห่งหายนะอย่างเดียว หลายคนตามหาคนที่ใช่ เจอกันจนได้ใน Facebook บางคน Chat ไป Chat มา รู้ใจก่อนรู้จักหน้า ที่สมหวังกันมาก็เยอะ ประเภทคุยกันขำ ๆ ทำให้ช้ำซ้ำ ๆ ซาก ๆ ก็มีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

          ตอนนี้ถ้าใครเริ่มรู้สึกว่าออนไลน์ทีไร นึกถึงหน้าใครคนหนึ่งทุกที หัวใจเต้นถี่ ๆ เวลาเห็นเธอออนไลน์ น้อยใจน้ำตาไหลที่เห็นเขาออนไลน์แต่ไม่เห็นทักทายกัน แปลว่าเราเริ่มหลงใหลใครบางคนบนโลกไซเบอร์ซะแล้ว
 ลองมาหาวิธีที่ช่วยตัดสินใจให้รู้กันไปว่า คนบางคนเราควรกดปุ่ม Enter หรือปล่อยให้มันเบลอ ๆ จนค่อย ๆ Delete ตัวเองไปในที่สุด
    1. แค่อยากมีเพื่อนนะ ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาหากิ๊ก

        คุยกับตัวเองดี ๆ ก่อน การคุยกับเพื่อนใหม่ ๆ เหมือนการหาอะไรใส่ชีวิต แต่ถ้าตั้งหน้าตั้งตาหากิ๊ก วิธีคิด วิธีคุยเราจะเปลี่ยน อีกฝ่ายอาจรู้สึกเลี่ยน ๆ คล้าย ๆ จะโดนปล้ำทางตัวหนังสืออยู่ตลอดเวลา เอะอะคุยเรื่องอนาคต ยัง!!! บอกกับตัวเองดัง ๆ ก็แค่หาเพื่อนใหม่ อนาคตจะเป็นยังไงก็ช่าง อย่างน้อยตอนนี้ขอให้มีความสุขที่ได้คุยกัน
    2. รู้หน้าไม่รู้ใจ 
          เห็นแค่ตัวหนังสืออย่าไปถือจริงจัง บางคนรู้สึกเป็นปัญหา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ใช่ปัญหา “พี่อ้อยคะ เค้าชอบบอกว่าคิดถึง หนูเลยสับสนว่าจะเริ่มต้นกันยังไงดี” คิดถึงเป็นคำสามัญที่ใช้กันอย่างธรรมดาน้อง อย่าคิดมากกับเรื่องเล็ก คนเรารู้สึกดีต่อใคร ก็พร้อมจะใส่คะแนนบวกให้เขาตลอดเวลา

     3. อย่าออกตัวแรงกว่า คิดถึง 5 บอกซะ 3

         เจอคนดีก็ดีไป เจอคนร้าย เขาจะยิ่งนึกสนุกในการปั่นหัว เพ้อทุกครั้งที่คุยกัน รู้สึกขาดเขาไม่ได้ มีอะไรพูดหมด บางคนแค่สนุกต่อการเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น
    4. หาข้อมูลเพิ่มเติมเสริมความมั่นใจ 
         ยิ่งเป็น Facebook ยิ่งง่าย เขามีเพื่อนเป็นใครบ้าง ลองคลิก ๆ เข้าไปดูทั่ว ๆ รูปที่เขาหรือเพื่อนเขาเอามาแปะน่ะ ประมาณไหน กอดคอถึงเนื้อถึงตัวไปทั่ว หรือวางตัวดีน่ารักประวัติไม่ด่างพร้อย

    5. กระชับพื้นที่อีกนิด

         ถ้ารู้สึกติดใจ อย่ามัวแต่คุยกันทาง MSN ฝัน ๆ เพ้อ ๆ กับตัวหนังสือ อินเทอร์เน็ตคือจุดเริ่มต้นที่คนมาเจอกัน แต่ถ้าจะคบกัน จงคบกันแบบความสัมพันธ์ปกติ ลองโทรคุย แล้วค่อยขยับมาเจอกัน แต่ขอให้เจอกันในระยะปลอดภัย อย่านัดทีไร ดูเสี่ยงภัยตลอด รู้ว่าชีวิตวัน ๆ ไม่ค่อยมีอะไรลุ้น แต่ลุ้นเรื่องนี้บางทีได้ไม่คุ้มเสีย...เพื่อนพ้องพี่น้องช่วยตามมาประกบในวันนัดพบวันแรก
    6. ทำหลักฐานเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ 
        เจอกัน คบกัน คุยกัน ถ่ายรูปคู่กันไม่มีอะไรเสียหาย ขอเน้นแค่โพสต์ท่าปกติ อย่าถึงขั้น Pre Wedding หรือกอดจริงจูบจริงไม่ต้องใช้สแตนด์อิน อันนี้ก็เยอะไป เลือกรูปที่ดูเบา ๆ แล้วค่อย ๆ โพสต์ในเว็บของเรา ไม่ได้ต้องการประกาศอะไร แค่ตามหาผู้เสียหายที่อาจปรากฏกายให้เราไม่ต้องนั่งทายว่า เขามีคนอื่นอยู่ก่อนเราหรือเปล่า
        ทั้งหมดเชื่อในตัวเองและเชื่อในความไม่แน่นอน คุยกันเรียนรู้กันไปแบบเห็นหน้าเห็นตา บางทีรู้หน้ายังไม่รู้ใจนับประสาอะไรกับการกดแป้นพิมพ์ อยากจะพูด อยากจะเป็นอะไร อยากโชว์นิสัยแบบไหน...บางคนคบกันเป็น 10 ปี อยู่ดี ๆ บอกว่าที่ผ่านมา เธอไม่ใช่ แต่พอคบคนใหม่ได้ 2 เดือนกว่า รีบประกาศซะดังว่าคนนี้ล่ะ คนที่ใช่


         
รักจะอยู่ยาวหรือชั่วคราว ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเจอกันยังไง จะเจอทาง Twitter, Facebook, MSN หรือครอบครัวสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่า เจอกันแบบไหนรักจะมั่นคงกว่ากัน เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ใช่จุดเริ่มต้น มันอยู่ที่ระหว่างทางต่างหาก

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

ยุงชอบกัดคนประเภทไหน

ยุงชอบกัดคนประเภทไหน
 


ยุงชอบกัดคนประเภทไหน

 ยุงชอบกัดคนที่มีเหงื่อออกมาก

 ยุงชอบกัดคนที่ตัวร้อน (อุณหภูมิบริเวณผิวหนังสูง)

 ยุงชอบกัดคนที่หายใจแรง เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมากับลมหายใจเป็นตัวดึงดูดยุง

 ยุงชอบกัดเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะกลิ่นและลักษณะผิวหนัง

 ยุงชอบกัดผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะฮอร์โมนแตกต่างกัน

 ยุงชอบกัดคนที่ใส่เสื้อผ้าสีเข้ม เช่น สีดำ กรมท่า แดง เขียว มากกว่าสีขาว

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในคำว่า “รัก


คำว่า "รัก" มีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น อาจจะหวานชื่น ขมขื่น หรืออะไรอื่นอีกหลากหลาย ที่จะทำให้คนรู้จัก "รัก" ได้สัมผัสและรู้สึกถึง…. 
ความรักเริ่มจากความคิด
เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก บางที.. ความรักอาจทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิม อาจทำให้คนเราต้องปรับปรุงในสิ่งที่เคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน

ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
คุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าไม่รู้สึกเชื่อมั่นเสียก่อน และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น ก็คือตัวเอง

ความรักคือการให้ ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการให้ ยิ่งให้.. คุณก็จะยิ่งได้รับสูตรลับของความสุขและทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า

ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
อยากได้รักแท้ ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้เสียก่อน การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่า.. ต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันหรือเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจ คุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุก ๆ วันนั่นเอง

การสัมผัส ช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครโอบไหล่หรือกอดคุณ? การสัมผัส จึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง และช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย น่าแปลกที่การสัมผัสสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาบางลงได้

อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้างเพราะคุณเองคงรู้สึกอึดอัด ถ้ามีใครมาล่ามโซ่คุณ ดังนั้น.. จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดี เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความกลัวภายในใจเรียนรู้ที่จะยุติธรรมและลดทิฐิ รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ลงบ้าง
 

ลองบอกตัวเองว่า.. นับแต่นี้ คุณจะทิ้งความกลัวทั้งหมด แล้วอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวคุณได้.. นับจากวันนี้ไป คุณก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที
ชีวิตจะเปลี่ยนไป

เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน รวมถึง คุยกับคนรักอย่างเปิดเผย และกล้าที่จะพูดถ้อยคำวิเศษว่า "ฉันรักเธอ" โดยไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดลอยไป คุณควรจะบอกรักก่อนจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางที นั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะพบกัน! 

แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน
ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนหนึ่งจะรู้สึกระแวง กังวล และหวาดหวั่น ขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัดใจ ที่สำคัญ.. คุณไม่อาจรักใครจริง ๆ ได้ ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาคนนั้นอย่างแท้จริง

จากใจของหมา.......

จากใจของหมา.......

1. ชีวิตของฉันอย่างมากก็จะสิ้นสุดเพียงแค่ 10-15 ปีเท่านั้น
การต้องแยกจากเธอไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ นับเป็นความปวดร้าวอย่างยิ่งของ
ฉัน..จึงโปรดสังวรให้จงหนักก่อนจะรับฉันเข้ามาในชีวิต

2.
ให้เวลากับฉันสักหน่อยเพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าเธอต้องการอะไรจากฉัน

3. จงเชื่อมั่นในตัวฉัน
เพราะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความเป็นอยู่ของฉัน

4. อย่าโกรธฉันให้นานนัก และอย่าลงโทษฉันด้วยการกักขัง
เธอมีทั้งหน้าที่การงาน ความบันเทิงและมิตรสหาย
แต่ฉันนั้น..มีเพียงเธอ

5. พูดกับฉันบ้าง แม้ฉันจะไม่เข้าใจคำพูด
แต่ฉันก็เข้าใจเธอได้จากน้ำเสียง

6. พึงระลึกอยู่เสมอว่า...ไม่ว่าเธอจะปฏิบัติอย่างไรต่อฉัน
ฉันจะไม่มีวันลืมเลือนเลย

7. โปรดอย่าทุบตีฉัน เพราะแม้ฉันจะทุบตีเธอกลับไม่ได้
แต่ฉันก็สามารถกัดหรือข่วนตะกุยเธอได้
ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากกระทำเลย

8. ก่อนจะดุด่าฉันสำหรับท่าทีที่คล้ายไม่เชื่อฟัง ดื้อดึง เกียจคร้าน
ขอจงได้ถามตัวเธอเองก่อนว่า เกิดสิ่งผิดปกติกับตัวฉันหรือไม่
บางทีอาจจะมาจากเรื่องของอาหาร หรือถูกทิ้งไว้กลางแดดนานเกินไป
หรือหัวใจของฉันแก่ชราและอ่อนล้าเสียแล้ว

9. ดูแลฉันเมื่อยามแก่เฒ่าด้วย เพราะวันหนึ่งเธอก็ต้องเป็นเช่นนั้น

10. อยู่กับฉันเมื่อช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตมาถึง
ขออย่าได้พูดเป็นอันขาดว่า "ฉันทนดูไม่ได้
ขออย่าให้มันเกิดขึ้นต่อหน้าเลย" เพราะ
เรื่องราวทั้งหมดจะง่ายขึ้นหากเธออยู่ด้วย 

ก่อนบ่ายคลายเครียด ตอน ใครโศก Ep.1 [2/2]

ชิงร้อยชิงล้าน แก็งสามช่า - แม่ ๒

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

ทุ่งนาเชย

วันพุธ ที่ 1 กันยายน 2553

ถังน้ำ สองใ
ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร
ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ
และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง...แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล
จากลำธารกลับสู่บ้าน....จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำ
กลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง....ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ
ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ...ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง
มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา

หลังจากเวลา 2 ปี… ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น
วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า 'ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ
รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน'

คนตักน้ำตอบว่า 'เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า...
แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่งเพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่....

ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ...
เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้น
เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว
ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว..เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้'

คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง...
แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น
อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้....
สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น..
และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง