วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตราประจำจังหวัด ในประเทศไทย
 


ตราประจำจังหวัดทั้งหมดของประเทศไทย แต่เดิมเมืองหรือจังหวัดในปัจจุบันยังไม่มีตราประจำจังหวัดใช้อย่างเป็นทางการ จะมีก็แต่ ตราประจำตำแหน่งเจ้าเมือง ที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ และอีกตราหนึ่งก็คือ ตราประจำธงประจำกองลูกเสือ ทั้งหมด 14 มณฑล ที่ใช้กันในสมัยรัชกาลที่ 6 - 7

จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ.2483 ในสมัยที่ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น รัฐบาลได้กำหนดให้แต่ละจังหวัดมีตราประจำจังหวัดของตนเองใช้ กรมศิลปากรจึงรับเป็นผู้ออกแบบตรา ตามแนวคิดที่แต่ละจังหวัดได้เสนอมา โดยนำชื่อจังหวัดหรือสิ่งเด่นของจังหวัดมาดัดแปลงเป็นรูปตราประจำจังหวัด แต่ตราประจำจังหวัดของบางจังหวัดก็ไม่ใช่ตราที่กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ โดยเป็นทางจังหวัดจัดทำขึ้นเอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแต่ละจังหวัด ตราประจำจังหวัด ของตัวเองใช้กันอย่างเป็นทางการแล้ว และจังหวัดใดเป็นรูปใดบ้าง ดูได้จากตารางต่อไปนี้

ตราประจำจังหวัด ในประเทศไทย
 


ตราประจำจังหวัดทั้งหมดของประเทศไทย แต่เดิมเมืองหรือจังหวัดในปัจจุบันยังไม่มีตราประจำจังหวัดใช้อย่างเป็นทางการ จะมีก็แต่ ตราประจำตำแหน่งเจ้าเมือง ที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ และอีกตราหนึ่งก็คือ ตราประจำธงประจำกองลูกเสือ ทั้งหมด 14 มณฑล ที่ใช้กันในสมัยรัชกาลที่ 6 - 7

จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ.2483 ในสมัยที่ จอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น รัฐบาลได้กำหนดให้แต่ละจังหวัดมีตราประจำจังหวัดของตนเองใช้ กรมศิลปากรจึงรับเป็นผู้ออกแบบตรา ตามแนวคิดที่แต่ละจังหวัดได้เสนอมา โดยนำชื่อจังหวัดหรือสิ่งเด่นของจังหวัดมาดัดแปลงเป็นรูปตราประจำจังหวัด แต่ตราประจำจังหวัดของบางจังหวัดก็ไม่ใช่ตราที่กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ โดยเป็นทางจังหวัดจัดทำขึ้นเอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแต่ละจังหวัด ตราประจำจังหวัด ของตัวเองใช้กันอย่างเป็นทางการแล้ว และจังหวัดใดเป็นรูปใดบ้าง ดูได้จากตารางต่อไปนี้

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553



มีคำถามมาถามคัฟทุกคน ( รัก ) คืออะไร

ไครตอบได้ตรง ได้ดี มีรางวัลให้นะคัฟ

ทั้งหมด3 รางวัลคัฟ

รางวัล ที่1 ก้องเวปแคม
รางวัล ที่2 หูฟังไวเวส
รางวัลที่ 3 เม้า USB



ตอบกันเข้ามานะคัฟ
แล้วจะมาคัดเลือกกันนะคราฟ

วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สะตอ...ฉุน ดี มีประโยชน์
 

สะตอผัดกะปิกุ้งสด เมนูฮิตติดลมบนของหลายๆคน ปีหนึ่งจะได้รับประทานกันสักหน ประมาณช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน ทำให้สะตอราคาดีไม่มีตก เนื่องจากมีคนต้องการบริโภคมาก ราคาถูกที่สุดที่เคยซื้อจากทางภาคใต้ก็ตกฝักละ 3 บาท แต่ต้องซื้อร้อยฝักนะ ถ้าขายปลีกก็ฝักละ 5 บาท 10 บาท 15 บาท ไต่ระดับความต้องการขึ้นไปเรื่อยๆ แม้ว่าสะตอจะมีกลิ่นฉุนรุนแรงทำให้หลายคนเบือนหน้าหนี แต่ก็มีอีกหลายคนยินดีอ้าปากอ้ำเข้าให้ ด้วยรสชาติที่ออกมันๆ ให้คุณค่าอาหารมากมาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน และวิตามินซี แต่สำหรับคนที่เป็นโรคเก๊าท์หรือมีกรดยูริกสูงเกิดเกณฑ์มาตรฐานก็ไม่ควรรับประทานสะตอเป็นอันขาด เพราะจะทำให้อาการกำเริบได้ สะตอเป็นพันธุ์ไม้ป่าตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ปลูกง่าย โตเร็ว สามารถเจริญเติบโตปะปนกับต้นไม้อื่นได้ สามารถปลูกแซมกับกาแฟ ทุเรียน ลองกอง ฯลฯ และแบ่งพันธุ์เป็น 2 ชนิด คือ 
1. สะตอข้าว ฝักจะบิดเป็นเกลียว สีเขียวอ่อน เมล็ดมีขนาดเล็ก กลิ่นไม่ฉุนมากนัก เนื้อไม่ค่อยแน่น อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 3-4 ปี

2. สะตอดาน ฝักจะแบนตรง สีเขียวแก่ เมล็ดมีขนาดใหญ่ มีกลิ่นฉุนจัด เนื้อแน่น อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 6-7 ปี  

การขยายพันธุ์

ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ดหรือติดตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่เพาะปลูกปลูกเสริมเพิ่มรายได้ไม่ต้องประกันราคา เพราะราคาดีอยู่แล้ว และเดี๋ยวนี้ทางภาคอีสานก็มีการปลูกสะตอ ขายฝักสะตอกันสองข้างถนน เหมือนทางภาคใต้ เริ่มกระจายความฉุนไปทั่วประเทศแล้วนะจ๊ะ