วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553
โลกทะเลชุมพร.mpg
ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรมฯ ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วย
เล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก
ชุมพร ประตูภาคใต้ ถิ่นกำเนิดบ้านเกิด น้องเอก คลื่นไส้เรดิโอ กว่า 20 ปี ที่จากบ้านเกิดเมืองนอน มาต่อสู้ชีวิตในเมืองหลวง สุข บ้างทุกข์บ้าง แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี มีโอกาสได้ศึกษา ได้เรียนรู้ ชีวิตจึงคุ้นเคยกับเมืองหลวง มากกว่าชุมพร บ้านเกิด แต่ ไม่เคยลืม บ้านเกิดนะ ชุมพร เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในความคิดของผม แต่ คนเราเลือกที่ดำเนินชีวิต มีความคิดไม่เหมือนกัน แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า เราหลงแสงสี หลงเมืองหลวง แต่ภาระหน้าที่มันบังคับ ให้เราต้องสู้ที่เมืองหลวงแห่งนี้ มีโอกาส อยากชวนเพื่อนๆพี่ๆคลื่นไส้เรดิโอ แวะไปเยือนชุมพรสักครั้ง
รักนะ
วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม 2553
วิ่งตาม ความรัก.......
สมัยตอนเป็นเด็ก.. จำได้ว่าในวิชาพละศึกษา
คุณครูสั่งให้เราวิ่งรอบสนามกันคนละ 20 รอบ.. เพื่อจับเวลาของแต่ละคน ..
แถมยังมีรางวัลมาล่อใจอีกด้วยว่า.. ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรก..
จะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้
พอเริ่มออกสตาร์ท..
ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน ..พยายามจะเบียดตัวเอง..ขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด.. เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่นในช่วงออกตัว
แล้วพอครูบอกว่า..วิ่งได้-เท่านั้นแหละ ..
เพื่อนหลายคนของฉัน..ก็วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิต
ส่วนฉัน -- โน่น วิ่งอยู่หลังสุด
ไม่ได้ช้า..เพราะเหนื่อย ..หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง ..
แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนาน..กับการวิ่งจับเวลาซะเหลือเกิน ..
เพราะฉันวิ่งไป- คุยไป ..กับเพื่อนซี้รู้ใจ..แบบไม่สนเวลา ..
ฉันสนใจความสนุกสนาน..ระหว่างการวิ่งมากกว่า
บางที..เห็นคนข้างหน้า..ที่วิ่งนำมาหลายรอบ..กำลังชะลอความเร็ว ..เพราะเหนื่อยหอบ ..
ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้ ..
หรือบางที..หันไปเห็นเพื่อนที่วิ่งรั้งท้ายตลอด..
ก็จะพยายามวิ่งให้ช้าลง ..รอให้เขาวิ่งทัน..จะได้คุยไปด้วยกันหลายๆ คน….สนุกดี
หรือบางที..รู้สึกไม่อยากแซงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ..
เพราะว่าวิ่งตามหลังเขา.. จะได้แอบนินทาเขาได้.. สนุกไปอีกแบบ
จะทำลายสถิติไหม ..ไม่รู้หรอก..
รู้แต่ว่า..วิ่งช้าๆ-มันไม่เหนื่อยเร็ว ..และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัย..ก็พอ
*
คงคล้ายคล้าย..กับ ‘ความรัก’..กระมัง
ทุกคน..มี 'เส้นชัย' ของตัวเอง..มีสถิติ-ที่ตัวเองพอใจ
แต่..คนที่เข้าเส้นชัยก่อน ..ใช่ว่า..จะคว้า 'ความรักที่ดี' ได้ก่อนเสมอไป..
และสถิติที่ดี.. ก็ไม่ได้การันตีว่า.. 'ความรัก' จะสมบูรณ์แบบ
ในขณะที่..สังคมทุกวันนี้..ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ ..
สอนว่า...อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า..
เพราะนั่นหมายถึง.. ทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป
แต่..สังคมของ ‘ความรัก’..สอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าว..ให้ช้าลง ..แต่หนักแน่นขึ้น
โลกภายนอก..บอกให้เรารู้ว่า ..
'อย่าวิ่งตามใคร..ถ้าไม่แน่ใจว่า..จะตามเขาได้ทัน ..
เพราะมันเสียแรงเปล่า.. และโง่เหลือเกิน'
แต่.. 'โลกของความรัก' ..
ใครอีกหลายคน...สมัครใจที่จะเป็น 'คนโง่'.. เพื่อวิ่งตาม 'คนที่ตัวเองรัก' ให้ทัน
..ทั้งที่รู้แก่ใจว่า.. 'ไม่มีวันนั้น'
เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน.. มี ‘เส้นชัย’..ในหัวใจของเธอเอง
คนรักของเธอ..เป็นนักวิ่งฝีเท้าดี ..เพราะตั้งแต่อยู่กันมา ..เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ ..
ไม่เคยบอกล่วงหน้า.. และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย ..
แต่ความเร็วของเขา..ก็ไม่มากไปกว่า.. 'ความรัก' ที่เธอมี
'ความรัก' ทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น.. ใกล้เขามากขึ้น..
และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะ..จนคลาดสายตาเธอ
แต่..เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขา ..เธอก็จะเลือกที่จะ 'วิ่งให้ช้าลง'
..ราวกับว่า..จะวิ่งเหยาะๆ ..ตามเขาไปเรื่อยๆ
เธอแซงหน้าเขาได้ ..แต่เธอไม่ทำ..
แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขา-ในแนวเดียวกัน ..เธอก็ทำได้..แต่เธอไม่ทำ
‘เหตุผล’..ที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอ..ทำเอาใจฉันนิ่งงัน
‘ถ้าวิ่งให้ทันเขา ...หรือแซงหน้าเขาไป ...ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีก
แต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้ ...เท่ากับว่า..
ฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา ..ยังมีเขาอยู่ในสายตา ..ในชีวิต
แม้ว่า..เขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา.. แล้ววิ่งให้ช้าลงเลย..ก็ตาม'
'แล้วทำไม..ไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ..
ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย.. เธอเป็นคนรักของเขานะ'
คำถามของฉัน..ทำให้แววตาของเพื่อนรัก..ปรากฏรอยเศร้า … แต่ปากยิ้ม
'ฉันกลัวเขารู้ตัว.. แล้ววิ่งหนีฉันไป-ไกลยิ่งกว่านี้ ..
ถึงวันนั้น..ฉันอาจเหนื่อยจนหมดแรง..ที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว
ห่างแบบนี้ดีกว่า ..ฉันได้เห็นเขา ..มันอุ่นใจ ..
หรือถ้าวันหนึ่ง..เขาล้มลง… ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน
และถ้ามันจะทำให้เขาเห็น 'ความจริงใจ' ของฉัน..
เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง.. ถ้าเขาหายดีแล้ว'
ความรัก..ทำให้คนมีความหวัง..อยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน ..มันก็ทำให้คนบางคน 'โง่งมงาย' เสียเต็มประดา
ถ้าเพื่อน..เลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง.. แล้วไปตั้งต้นใหม่..กับ 'ใครสักคน' ที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน.. ป่านนี้เพื่อนของฉัน..คงเข้าเส้นชัยไปนานแล้ว
แต่..เพื่อนยังคงเต็มใจ..ที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ
แม้ว่าบางที..อาจจะไม่มีวันนั้น .. วันที่เพื่อนเข้า.. 'เส้นชัยแห่งความรัก'
เพราะบางที….. ‘เส้นชัย’..อาจไม่มีความหมายต่อคนบางคน..
หากว่า..เขาเข้าเส้นชัย ..แต่ได้ทำ 'หัวใจ' หล่นหายไป..ระหว่างทาง
เมื่อ 'ความสุข' คือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม
ในสังคมของความรัก… ฉันจึงมองเห็นคนที่ 'วิ่งช้า'
..และปรารถนาจะเป็น 'ผู้ตาม' ด้วยความเต็มใจ..อยู่เสมอ
ความรัก ..ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต
แต่ .. ‘ความรัก’..เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิต....มีค่ามากที่สุด
ตอนนี้..ก็คงจะพอรู้..
ถึงความรู้สึกของ ‘การวิ่งตาม’..บ้างแล้วนะ..
อยากเป็น 'คนวิ่งตาม'...
โดยที่ไม่รู้จักเหนื่อยบ้าง..เหมือนกัน
วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม 2553
ถ้าโลกนี้ขาดคำว่า "เวลา"
ถ้าโลกนี้ขาดคำว่า "เวลา"
เพื่อนๆว่าจะเป็นยังไง
ในเมื่อทุกๆคนก็จะพูดแต่ว่า เวลาจะช่วยเราได้
เวลาทำให้เราดีขึ้น
แล้วถ้าวันหนึ่งไม่มีคำว่า "เวลา" ละ
เราจะทำยังไง
ถ้าโลกนี้ขาดคำว่า "เวลา"
เพื่อนๆว่าจะเป็นยังไง
ในเมื่อทุกๆคนก็จะพูดแต่ว่า เวลาจะช่วยเราได้
เวลาทำให้เราดีขึ้น
แล้วถ้าวันหนึ่งไม่มีคำว่า "เวลา" ละ
เราจะทำยังไง
วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม 2553
| |||
|
วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม 2553
| |
| คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย ? ถ้าไม่.. แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เรามาพบกับคน***หลายคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ถ้าไม่.. แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เราถูกชะตาจนเรียกคนๆนั้นว่า “เพื่อน” .......เพื่อน..... คนๆนึงที่ครั้งนึงก็เป็นได้แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง เวลา ผ่าน เวลา คนแปลกหน้าคนนั้นก็กลับกลายมาเป็นคนที่เรา “ไว้ใจ” .......เพื่อน........................ คนที่พร้อมอยู่กับเราเสมอๆ ไม่ว่า สุข ทุกข์ เหงา เศร้า ................................................"เพื่อน"................... คนที่พร้อมแชร์ความรู้สึกต่างๆโดยไม่เคยเอ่ยปากว่า “ ถ้าทำอย่างนั้นแล้วฉันจะได้อะไร ” .......เพื่อน..... คนที่ไม่เคยสนใจว่าเราจะหน้าตาดี มีสกุล ร่ำรวย ยากจน สูง ต่ำ ดำ ขาว หรือไม่ .......เพื่อน..... คนที่ไม่เคยเสแสร้ง แกล้งทำ ........แต่...... เพื่อนตาย หายากเหลือเกิน เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ ว่า คนๆนี้เป็นเพื่อนตายของเราหรือไม่ เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่าคนๆนี้ เป็นคนที่พร้อมจะเคียงข้างเราเสมอไปมั้ย เรามองด้วยตาเปล่าไม่ได้ว่า...คนๆนี้จริงใจกับเราแค่ไหน ทั้งหมดนี้ เราใช้ “ ตา ” มองไม่เห็น ........แต่...... ทั้งหมดนี้เราใช้ “ ใจ ” มองเห็นได้ เมื่อบทความ ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ คุณล่ะ ? ใช้ตามองเพื่อน หรือใช้ใจมองเพื่อน เราบอกไม่ได้ว่าคนๆไหนดี ไม่ดี จนกว่า... เราจะมีโอกาส รู้จัก กับคนๆนั้น แล้วใช้ใจของเราสัมผัส การคบใครสักคน คบเพียงกายก็ไร้ประโยชน์ แต่ การคบใครสักคน จำเป็นต้องคบกันด้วย ใจ วันนี้.... คุณ ใช้อะไร คบเพื่อนของคุณ อย่าบอกนะะ ว่าคุณก็เป็นคนที่คบเพื่อนแค่ ตา...... เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น คุณก็คงเป็นคนที่ไม่น่าคบคนหนึ่ง |
วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม 2553
10 อันดับเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดในเอเชีย
อันดับ 10 เมือง Singapore
จำนวนตึกสูง 264 ตึก
ตึกที่ สูงที่สุด United Overseas Bank Plaza One
ความสูง 280 เมตร
สิงคโปร์ (อังกฤษ: Singapore) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ (อังกฤษ: Republic of Singapore) เป็นนครรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากร ประมาณ 4,839,400 คน เมืองแห่งนี้เป็นเมืองในฝันของหลายๆคนที่จะแวะไปเยือน
-----------------------------------------
อันดับ 9 เมือง ปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 277 ตึก
ตึกที่ สูงที่สุด China World Trade Center Tower 3
ความสูง 330 เมตร
ปักกิ่ง หรือ เป่ย์จิง (Beijing) (ภาษาจีน: 北京 (ข้อมูล), พินอิน: Běijīng) เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากร ราวๆ 27 ล้านคน ทั้งในเมืองและปริมณฑณ เป็นเมืองหลวงแต่ไม่ใชศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศจีน ตึกสูงจึงยังมีไม่มากเท่าที่ควร ในปัจจุบันเมืองนี้เป็นเมืองหนึ่งของ ประเทศจีนที่มีโครงการก่อสร้างตึกสูงเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย จากการเปิดเสรีการค้าของประเทศ
---------------------------
อันดับ 8 Guangzhou (กว่างโจว ) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 279 ตึก
ตึกที่ สูงที่สุด Guangzhou West Tower
ความสูง 438 เมตร
กว่าง โจว กวางโจว หรือ กวางเจา (จีนตัวเต็ม: 廣州, จีนตัวย่อ: 广州 Guǎngzhōu หรือ Gwong2 zau1 ในภาษาจีนกวางตุ้ง) เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง มีประชากรราวๆ 10 ล้านคน กว่างโจวเป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็น มณฑลซึ่ง เป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา นอกจากนั้นเมืองกว่างโจวยังมีสำเนียงเฉพาะถิ่นที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของ ฮ่องกง และมาเก๊า เรียกว่า สำเนียงกว่างโจวอีกด้วย
--------------------------------------
อันดับ 7 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
จำนวนตึกสูง 305 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Baiyoke Tower II
ความสูง 304 เมตร
กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร ฯลฯ ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกอีกด้วย มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ทำให้แบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี (เดิมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเป็นที่ตั้งของกรุงธนบุรี ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร) โดยกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ทั้งหมด 1,568.737 ตารางกิโลเมตร มีประชากรตามทะเบียนบ้าน ประมาณ 10 ล้านคน ประชากรแฝง และเขตปริมณฑณ ประมาณ อีก 5 ล้านคน (ปล.กทม ขอรูปเยอะๆหน่อย ประเทศเราเอง)
---------------------------------------
อันดับ 6 เมือง โซล ประเทศเกาหลีใต้
จำนวนตึกสูง 323 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Tower Palace 3 Tower G
ความสูง 263 เมตร
(เมื่อปีที่ แล้วในการจัดอันดับตึกสูงของเอเชีย กรุงโซลไม่ติดหนึ่งใน 10 เลยด้วยซ้ำ มาในปีนี้กรุงโซลกระโดดมาอยู่อันดับ 6 กระโดดมาหลายๆอันดับเลยนะเนี่ย)
โซ ล เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ โดยคำว่าโซลในภาษาเกาหลีมีความหมายว่า "เมืองหลวง" กรุงโซลในอดีตเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโซซอนมีชื่อเดิม ว่า เมืองฮันยาง(한양) สถาปนาพร้อมกับการสร้างอาณาจักรโซซอน มีอายุประมาณ 600 ปี กรุงโซลปัจจุบันก่อตั้งในปี พ.ศ. 2491 และได้ถูกกำหนดเป็นเมืองพิเศษ โดยมีพื้นที่รวม 605 ตร.กม. โซลตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยอยู่บริเวณแม่น้ำฮัน(한경) กรุงโซลมีประชากรอาศัยอยู่ราวๆ 10 ล้านคนในเขตเมือง และรอบนอกอีกประมาณ 14 ล้านคน ปัจจุบันเกาหลีใต้มีความพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีไปอย่างรวดเร็วมาก จึงทำให้ตอนนี้กรุงโซลมีการก่อสร้างตึกสูงเกิดขึ้นมากมาย เพื่อตอบสนองการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเกาหลี
---------------------------------
อันดับ 5 เมือง ฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 359 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Chongqing World Trade Center
ความสูง 262 เมตร
ฉงชิ่ง หรือ จุงกิง เป็นเขตเทศบาลนคร ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีพื้นที่ติดกับมณฑลหูเป่ย์ หูหนัน กุ้ยโจว ซื่อชวนและฉ่านซี ภายในตัวเมืองมีแม่น้ำไหลพาดผ่านหลายสายเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 8 ของจีน มีเนื้อที่ 82,300 ก.ม. มีประชากร (พ.ศ. 2548) 31,442,300 คน ความหนาแน่น 379/ก.ม. จีดีพี (2005) (310) พันล้านเหรินหมินปี้ รวมต่อประชากร 8,540 พันล้านเหรินหมินปี้ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในเมืองหนึ่งของจีนซึ่งมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
---------------------------------------
อันดับ 4 เมือง เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 399 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Shanghai World Financial Center
ความสูง 492 เมตร
เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน จึงไม่แปลกที่เมืองนี้จะมีตึกระฟ้ามากมาย ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้ กลายเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุด ในจีน เต็มไปด้วยร้านค้า สิ่งก่อสร้าง ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ จักรยาน และผู้คน สิ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครอง และสิ่งที่เป็นแลนมาร์กที่โดดเด่นของเมืองนี้ คือ หอไข่มุก ซึ่งมีความสูงถึง 468 เมตร ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
ปัจจุบัน เซี่ยงไฮ้มีประชากร ในเขตเมือง ประมาณ 13 ล้านคน ปริมณทน ประมาณ 20 ล้านคน
---------------------------
อันดับ 3 เมือง ดู ไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
จำนวน ตึกสูง 441 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Burj Khalifa
ความสูง 621 เมตร
การ แข่งขันใหม่ของโลกอาหรับ นอกจากการผลิตน้ำมันแล้ว การสร้างอาคารสูงระฟ้ายังเป็นสิ่งที่ท้าทายชาวโลกให้อิจฉาตาร้อน
ดูไบ (อาหรับ: دبيّ, Dubayy; อังกฤษ: Dubai) เป็นรัฐ (เอมิเรต) หนึ่งใน 7 รัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นที่ตั้งของเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือเมืองดูไบ มีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เมืองดูไบถือได้ว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งบนโลก และมีอัตราการเจริญเติบโตของเมืองสูงมาก ในปัจจุบัน มีโครงการก่อสร้างตึกสูงนับร้อยๆ ตึก ในอนาคตดูไบ จะเป็น มหานคร ที่สำคัญ แห่งหนึ่งของโลก
-----------------------------------
อันดับ 2 เขต ปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวน ตึกสูง 631 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด
International Commerce Center
ความสูง 413 เมตร
ฮ่องกงมีจำนวน ประชากรกว่า 6.99 ล้านคน ในปี 2549 ความหนาแน่นของประชากร 6,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนมากป็นชาวจีน มีร้อยละ 3 เป็นชาวต่างชาติ อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอเมริกัน ฯลฯ ภาษากวางตุ้งซึ่ง เป็นภาษาที่มีถิ่นพูนตั้งแต่มณฑลกวางตุ้งของจีนเรื่อยมาจนถึงฮ่องกงได้กลาย มาเป็นภาษาราชการของฮ่องกง ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นของภาษาของเจ้าอาณานิคมก็ยังคงเป็นภาษาราชการร่วมซึ่งถูก ใช้พูดมากกว่า 38 เปอร์เซ็นของประชากร ก็เป็นภาษาที่ใช้แพร่หลาย ส่วนภาษาจีนท้องถิ่นอื่นเช่นแต้จิ๋ว หรือจีนแคะฯลฯ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน และตั้งแต่ฮ่องกงกลับสู่ใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ การใช้ภาษาจีนกลางใน การติดต่อก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเข้ามาของชาวจีนแผ่นดินใหญ่และการติดต่อค้าขายระหว่างกัน ถึงแม้ว่าการใช้อักษรจีนนั้นยังนิยมใช้อักษรจีนตัวเต็มอยู่ก็ตาม นอกจากนั้นทางรัฐบาลฮ่องกงได้มีโครงการ "สองแบบอักษร สามภาษา" เพื่อสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงใช้ภาษาทั้ง 3 ภาษาร่วมกัน คือภาษากวางตุ้ง จีนกลาง และอังกฤษ
เขตการปกครองพิเศษฮ่่องกงมีพื้นที่จำกัดการสร้าง ตึกที่ละตึกจึงจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้สูงสุด จะเห็นได้ว่าฮ่องกง มีตึกที่สูงมาก อยู่หลายๆตึกเรียงลายกันไม่ห่าง ฉายาของเมืองนี้ๆ คือ ป่าคอนกรีต
--------------------------------------
อันดับ 1 เมือง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
จำนวนตึกสูง 1,157 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Mid-Town Tower
ความสูง 248 เมตร
Tokyo เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ของญี่ปุ่น มีประชากร ตามสัมโนครัวประมาณ 13 ล้านคน
แต่หากนักรวมในจังหวัดโตเกียว และเขตปกครองพิเศษที่เกี่ยวข้อง จะมีประชากร ถึง 25 ล้านคน โตเกี่ยวเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี ที่สำคัญอย่างมากของโลก
ด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่ ประเทศที่แผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เราจึงไม่่ค่อยได้เห็นตึกสูงเกิน 300 เมตรในประเทศนี้เลย การก่อสร้างตึกสูงมากๆในประเทศนี้จึงทำได้ยาก แต่โตเกี่ยวก็มีตึกสูงที่สูงเกิน 100 เมตร หลายร้อยตึกเช่นกัน
อันดับ 10 เมือง Singapore
จำนวนตึกสูง 264 ตึก
ตึกที่ สูงที่สุด United Overseas Bank Plaza One
ความสูง 280 เมตร
สิงคโปร์ (อังกฤษ: Singapore) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสิงคโปร์ (อังกฤษ: Republic of Singapore) เป็นนครรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากร ประมาณ 4,839,400 คน เมืองแห่งนี้เป็นเมืองในฝันของหลายๆคนที่จะแวะไปเยือน
-----------------------------------------
อันดับ 9 เมือง ปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 277 ตึก
ตึกที่ สูงที่สุด China World Trade Center Tower 3
ความสูง 330 เมตร
ปักกิ่ง หรือ เป่ย์จิง (Beijing) (ภาษาจีน: 北京 (ข้อมูล), พินอิน: Běijīng) เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากร ราวๆ 27 ล้านคน ทั้งในเมืองและปริมณฑณ เป็นเมืองหลวงแต่ไม่ใชศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศจีน ตึกสูงจึงยังมีไม่มากเท่าที่ควร ในปัจจุบันเมืองนี้เป็นเมืองหนึ่งของ ประเทศจีนที่มีโครงการก่อสร้างตึกสูงเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย จากการเปิดเสรีการค้าของประเทศ
---------------------------
อันดับ 8 Guangzhou (กว่างโจว ) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 279 ตึก
ตึกที่ สูงที่สุด Guangzhou West Tower
ความสูง 438 เมตร
กว่าง โจว กวางโจว หรือ กวางเจา (จีนตัวเต็ม: 廣州, จีนตัวย่อ: 广州 Guǎngzhōu หรือ Gwong2 zau1 ในภาษาจีนกวางตุ้ง) เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง มีประชากรราวๆ 10 ล้านคน กว่างโจวเป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็น มณฑลซึ่ง เป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา นอกจากนั้นเมืองกว่างโจวยังมีสำเนียงเฉพาะถิ่นที่ถือว่าเป็นมาตรฐานของ ฮ่องกง และมาเก๊า เรียกว่า สำเนียงกว่างโจวอีกด้วย
--------------------------------------
อันดับ 7 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
จำนวนตึกสูง 305 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Baiyoke Tower II
ความสูง 304 เมตร
กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร ฯลฯ ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกอีกด้วย มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ทำให้แบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี (เดิมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเป็นที่ตั้งของกรุงธนบุรี ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร) โดยกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ทั้งหมด 1,568.737 ตารางกิโลเมตร มีประชากรตามทะเบียนบ้าน ประมาณ 10 ล้านคน ประชากรแฝง และเขตปริมณฑณ ประมาณ อีก 5 ล้านคน (ปล.กทม ขอรูปเยอะๆหน่อย ประเทศเราเอง)
---------------------------------------
อันดับ 6 เมือง โซล ประเทศเกาหลีใต้
จำนวนตึกสูง 323 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Tower Palace 3 Tower G
ความสูง 263 เมตร
(เมื่อปีที่ แล้วในการจัดอันดับตึกสูงของเอเชีย กรุงโซลไม่ติดหนึ่งใน 10 เลยด้วยซ้ำ มาในปีนี้กรุงโซลกระโดดมาอยู่อันดับ 6 กระโดดมาหลายๆอันดับเลยนะเนี่ย)
โซ ล เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ โดยคำว่าโซลในภาษาเกาหลีมีความหมายว่า "เมืองหลวง" กรุงโซลในอดีตเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโซซอนมีชื่อเดิม ว่า เมืองฮันยาง(한양) สถาปนาพร้อมกับการสร้างอาณาจักรโซซอน มีอายุประมาณ 600 ปี กรุงโซลปัจจุบันก่อตั้งในปี พ.ศ. 2491 และได้ถูกกำหนดเป็นเมืองพิเศษ โดยมีพื้นที่รวม 605 ตร.กม. โซลตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยอยู่บริเวณแม่น้ำฮัน(한경) กรุงโซลมีประชากรอาศัยอยู่ราวๆ 10 ล้านคนในเขตเมือง และรอบนอกอีกประมาณ 14 ล้านคน ปัจจุบันเกาหลีใต้มีความพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีไปอย่างรวดเร็วมาก จึงทำให้ตอนนี้กรุงโซลมีการก่อสร้างตึกสูงเกิดขึ้นมากมาย เพื่อตอบสนองการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเกาหลี
---------------------------------
อันดับ 5 เมือง ฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 359 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Chongqing World Trade Center
ความสูง 262 เมตร
ฉงชิ่ง หรือ จุงกิง เป็นเขตเทศบาลนคร ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีพื้นที่ติดกับมณฑลหูเป่ย์ หูหนัน กุ้ยโจว ซื่อชวนและฉ่านซี ภายในตัวเมืองมีแม่น้ำไหลพาดผ่านหลายสายเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 8 ของจีน มีเนื้อที่ 82,300 ก.ม. มีประชากร (พ.ศ. 2548) 31,442,300 คน ความหนาแน่น 379/ก.ม. จีดีพี (2005) (310) พันล้านเหรินหมินปี้ รวมต่อประชากร 8,540 พันล้านเหรินหมินปี้ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในเมืองหนึ่งของจีนซึ่งมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
---------------------------------------
อันดับ 4 เมือง เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวนตึกสูง 399 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Shanghai World Financial Center
ความสูง 492 เมตร
เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน จึงไม่แปลกที่เมืองนี้จะมีตึกระฟ้ามากมาย ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้ กลายเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุด ในจีน เต็มไปด้วยร้านค้า สิ่งก่อสร้าง ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ จักรยาน และผู้คน สิ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองนี้ จนอาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกโดยในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครอง และสิ่งที่เป็นแลนมาร์กที่โดดเด่นของเมืองนี้ คือ หอไข่มุก ซึ่งมีความสูงถึง 468 เมตร ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
ปัจจุบัน เซี่ยงไฮ้มีประชากร ในเขตเมือง ประมาณ 13 ล้านคน ปริมณทน ประมาณ 20 ล้านคน
---------------------------
อันดับ 3 เมือง ดู ไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
จำนวน ตึกสูง 441 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Burj Khalifa
ความสูง 621 เมตร
การ แข่งขันใหม่ของโลกอาหรับ นอกจากการผลิตน้ำมันแล้ว การสร้างอาคารสูงระฟ้ายังเป็นสิ่งที่ท้าทายชาวโลกให้อิจฉาตาร้อน
ดูไบ (อาหรับ: دبيّ, Dubayy; อังกฤษ: Dubai) เป็นรัฐ (เอมิเรต) หนึ่งใน 7 รัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นที่ตั้งของเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือเมืองดูไบ มีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 2 ล้านคน เมืองดูไบถือได้ว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งบนโลก และมีอัตราการเจริญเติบโตของเมืองสูงมาก ในปัจจุบัน มีโครงการก่อสร้างตึกสูงนับร้อยๆ ตึก ในอนาคตดูไบ จะเป็น มหานคร ที่สำคัญ แห่งหนึ่งของโลก
-----------------------------------
อันดับ 2 เขต ปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
จำนวน ตึกสูง 631 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด
International Commerce Center
ความสูง 413 เมตร
ฮ่องกงมีจำนวน ประชากรกว่า 6.99 ล้านคน ในปี 2549 ความหนาแน่นของประชากร 6,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนมากป็นชาวจีน มีร้อยละ 3 เป็นชาวต่างชาติ อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอเมริกัน ฯลฯ ภาษากวางตุ้งซึ่ง เป็นภาษาที่มีถิ่นพูนตั้งแต่มณฑลกวางตุ้งของจีนเรื่อยมาจนถึงฮ่องกงได้กลาย มาเป็นภาษาราชการของฮ่องกง ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นของภาษาของเจ้าอาณานิคมก็ยังคงเป็นภาษาราชการร่วมซึ่งถูก ใช้พูดมากกว่า 38 เปอร์เซ็นของประชากร ก็เป็นภาษาที่ใช้แพร่หลาย ส่วนภาษาจีนท้องถิ่นอื่นเช่นแต้จิ๋ว หรือจีนแคะฯลฯ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน และตั้งแต่ฮ่องกงกลับสู่ใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ การใช้ภาษาจีนกลางใน การติดต่อก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเข้ามาของชาวจีนแผ่นดินใหญ่และการติดต่อค้าขายระหว่างกัน ถึงแม้ว่าการใช้อักษรจีนนั้นยังนิยมใช้อักษรจีนตัวเต็มอยู่ก็ตาม นอกจากนั้นทางรัฐบาลฮ่องกงได้มีโครงการ "สองแบบอักษร สามภาษา" เพื่อสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงใช้ภาษาทั้ง 3 ภาษาร่วมกัน คือภาษากวางตุ้ง จีนกลาง และอังกฤษ
เขตการปกครองพิเศษฮ่่องกงมีพื้นที่จำกัดการสร้าง ตึกที่ละตึกจึงจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้สูงสุด จะเห็นได้ว่าฮ่องกง มีตึกที่สูงมาก อยู่หลายๆตึกเรียงลายกันไม่ห่าง ฉายาของเมืองนี้ๆ คือ ป่าคอนกรีต
--------------------------------------
อันดับ 1 เมือง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
จำนวนตึกสูง 1,157 ตึก
ตึกที่สูงที่สุด Mid-Town Tower
ความสูง 248 เมตร
Tokyo เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ของญี่ปุ่น มีประชากร ตามสัมโนครัวประมาณ 13 ล้านคน
แต่หากนักรวมในจังหวัดโตเกียว และเขตปกครองพิเศษที่เกี่ยวข้อง จะมีประชากร ถึง 25 ล้านคน โตเกี่ยวเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี ที่สำคัญอย่างมากของโลก
ด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่ ประเทศที่แผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เราจึงไม่่ค่อยได้เห็นตึกสูงเกิน 300 เมตรในประเทศนี้เลย การก่อสร้างตึกสูงมากๆในประเทศนี้จึงทำได้ยาก แต่โตเกี่ยวก็มีตึกสูงที่สูงเกิน 100 เมตร หลายร้อยตึกเช่นกัน
วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ ที่ 27 สิหาคม 2553
ช่วยตอบหน่อย ทำไงดี
วันนี้อาบน้ำเจอแมลงสาบ 1 ตัวนอนอยู่ในห้องน้ำ วิ่งลงมาบอกแม่ว่ามีแมลงสาบจะทำยังไงดี
แม่กลับบอกให้ใช้ดุลยพินิจเองเพราะโตแล้ว
เวลามีปัญหาถ้าเราอยู่คนเดียวจะแก้เอง แต่พอมีผู้ใหญ่กว่าเช่นพ่อแม่เรามักไม่ยอมคิดเอง ...
จึงวิ่งขึ้นมาแล้วเอาแปรงล้างห้องน้ำจัดการซะ เสร็จแล้วเขี่ยใส่ชักโครกกดทิ้งไปเลย
แล้วใช้น้ำยาล้างห้องน้ำล้างซะ 3 รอบกลัวสกปรก
เสร็จแล้วมารายงานให้แม่ทราบ แม่บอกไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้น ...
ถ้าเป็นท่านล่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จะทำอย่างไร ???
วันนี้อาบน้ำเจอแมลงสาบ 1 ตัวนอนอยู่ในห้องน้ำ วิ่งลงมาบอกแม่ว่ามีแมลงสาบจะทำยังไงดี
แม่กลับบอกให้ใช้ดุลยพินิจเองเพราะโตแล้ว
เวลามีปัญหาถ้าเราอยู่คนเดียวจะแก้เอง แต่พอมีผู้ใหญ่กว่าเช่นพ่อแม่เรามักไม่ยอมคิดเอง ...
จึงวิ่งขึ้นมาแล้วเอาแปรงล้างห้องน้ำจัดการซะ เสร็จแล้วเขี่ยใส่ชักโครกกดทิ้งไปเลย
แล้วใช้น้ำยาล้างห้องน้ำล้างซะ 3 รอบกลัวสกปรก
เสร็จแล้วมารายงานให้แม่ทราบ แม่บอกไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้น ...
ถ้าเป็นท่านล่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จะทำอย่างไร ???
วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดี ที่ 26 สิงหาคม 2553
แก่งหินเพิง
สำหรับผู้รักการผจญภัยทางการท่องเที่ยวทางน้ำโดยเฉพาะการล่องแก่ง สถานที่ที่ขึ้นชื่ออันดับต้นๆของผู้ชื่นชอบกีฬาทางน้ำในรูปแบบนี้ก็จะมีชื่อของ “แก่งหินเพิง” อยู่ในลิสต์ที่จะต้องไปสักครั้ง แก่งหินเพิงอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี
ทุกปีในช่วงฤดูฝนตั้งแต่ประมาณเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ที่แก่งหินเพิงจะมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวท้าทายนักผจญภัยทางน้ำ และคึกคักมากเป็นพิเศษเพราะจะเป็นช่วงของเทศกาล“ล่องแก่งหินเพิง” ที่แก่งหินเพลิงนี้ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดพายหรือมือเก่าเซียนล่องแก่งก็สามารถมาสนุกได้ การล่องแก่งที่นี่จะมีระดับความยากที่วัดกันไว้อยู่ในระดับ 3-5 ขึ้นอยู่กับระดับชั้นของแก่งที่เราเริ่มต้นล่องแพลงมา
ในการล่องแก่งแต่ละเที่ยวนั้น แพยางที่ใช้เแต่ละลำจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ลำละ 8 -10คน ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยนักล่องแก่งมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวล เพราะก่อนที่เราจะเริ่มผจญภัยจะต้องมีการอบรมและเตรียมตัวกันก่อน และในแพแต่ละลำก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปกับเราและคอยให้คำแนะนำและดูแลไปตลอดการล่องด้วย แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยให้ไม่ว่าจะหมวกหรือเสื้อชูชีพ แต่ทุกคนก็ควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวเองรวมถึงเพื่อนร่วมทีมด้วย
นอกจะตื่นเต้นเร้าใจกับการปะทะกับคลื่นน้ำเวลาที่อยู่บนแพตอนผ่านตามแก่งต่างๆแล้ว แพบางลำคนนำทางอาจจะพาเราเล่นพายหมุนวนทวนน้ำให้เกิดความตื่นเต้นสนุกสนานเพิ่มได้อีก และที่แก่งหินเพิงนี้ยังมีความพิเศษอีก 1 อย่างคือ จะมีช่วงหนึ่งของแก่งที่เราสามารถลงไปเล่นได้แค่นอนนิ่งๆทำตัวขนานไปกับน้ำ สายน้ำจะพาตัวเราไหลไปคล้ายกับการเล่นสไลเดอร์ (จะเรียกกันตรงนี้กันว่าแก่งสไลเดอร์) นี่ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดถ้าได้มาล่องแก่งหินเพิงแห่งนี้ แต่กิจกรรมนี้ต้องกระซิบถามกับคนประจำแพแต่ละลำกันเอง ว่าช่วงที่ไปจะสามารถเล่นได้หรือไม่เพื่อความไม่ประมาท
การเดินทางไปแก่งหินเพิง
เริ่มจากตัวเมืองปราจีนบุรีใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3452 (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จะมาตัดกับทางหลวงหมายเลข 33 แล้วเลี้ยวขวาตรงไปทางอำเภอกบินทร์บุรี ก่อนถึงอ.กบินทร์บุรีจะมีทางสามแยก ให้ตรงไปอีกเล็กน้อยจะเห็นปั๊มน้ำมันปตท. และโรงเรียนวัดสระดู่ มีถนนเล็ก ๆ ติดกับโรงเรียนเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร จะมีป้ายบอกตลอดเส้นทาง
ทุกปีในช่วงฤดูฝนตั้งแต่ประมาณเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ที่แก่งหินเพิงจะมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวท้าทายนักผจญภัยทางน้ำ และคึกคักมากเป็นพิเศษเพราะจะเป็นช่วงของเทศกาล“ล่องแก่งหินเพิง” ที่แก่งหินเพลิงนี้ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดพายหรือมือเก่าเซียนล่องแก่งก็สามารถมาสนุกได้ การล่องแก่งที่นี่จะมีระดับความยากที่วัดกันไว้อยู่ในระดับ 3-5 ขึ้นอยู่กับระดับชั้นของแก่งที่เราเริ่มต้นล่องแพลงมา
ในการล่องแก่งแต่ละเที่ยวนั้น แพยางที่ใช้เแต่ละลำจะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ลำละ 8 -10คน ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยนักล่องแก่งมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวล เพราะก่อนที่เราจะเริ่มผจญภัยจะต้องมีการอบรมและเตรียมตัวกันก่อน และในแพแต่ละลำก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปกับเราและคอยให้คำแนะนำและดูแลไปตลอดการล่องด้วย แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยให้ไม่ว่าจะหมวกหรือเสื้อชูชีพ แต่ทุกคนก็ควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวเองรวมถึงเพื่อนร่วมทีมด้วย
นอกจะตื่นเต้นเร้าใจกับการปะทะกับคลื่นน้ำเวลาที่อยู่บนแพตอนผ่านตามแก่งต่างๆแล้ว แพบางลำคนนำทางอาจจะพาเราเล่นพายหมุนวนทวนน้ำให้เกิดความตื่นเต้นสนุกสนานเพิ่มได้อีก และที่แก่งหินเพิงนี้ยังมีความพิเศษอีก 1 อย่างคือ จะมีช่วงหนึ่งของแก่งที่เราสามารถลงไปเล่นได้แค่นอนนิ่งๆทำตัวขนานไปกับน้ำ สายน้ำจะพาตัวเราไหลไปคล้ายกับการเล่นสไลเดอร์ (จะเรียกกันตรงนี้กันว่าแก่งสไลเดอร์) นี่ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดถ้าได้มาล่องแก่งหินเพิงแห่งนี้ แต่กิจกรรมนี้ต้องกระซิบถามกับคนประจำแพแต่ละลำกันเอง ว่าช่วงที่ไปจะสามารถเล่นได้หรือไม่เพื่อความไม่ประมาท
การเดินทางไปแก่งหินเพิง
เริ่มจากตัวเมืองปราจีนบุรีใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3452 (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จะมาตัดกับทางหลวงหมายเลข 33 แล้วเลี้ยวขวาตรงไปทางอำเภอกบินทร์บุรี ก่อนถึงอ.กบินทร์บุรีจะมีทางสามแยก ให้ตรงไปอีกเล็กน้อยจะเห็นปั๊มน้ำมันปตท. และโรงเรียนวัดสระดู่ มีถนนเล็ก ๆ ติดกับโรงเรียนเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร จะมีป้ายบอกตลอดเส้นทาง

|
|
เ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

